มาทำความรู้จัก ราเมง กันบ้างดีกว่าครับ

"ราเมง" เป็นอาหารอีกอย่างหนึ่งที่นิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น ถ้าฝั่งตะวันตกยกให้แฮมเบอร์เกอร์เป็นอาหารจานด่วน ที่ญี่ปุ่นก็ต้องยกให้ราเมงเป็นอาหารจานด่วนที่มีคุณค่าทางอาหารมากกว่า แฮมเบอร์เกอร์ ที่ญี่ปุ่นจึงมาร้านราเมงพุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด พอ ๆ กับร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านเราเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละแห่งก็มักจะมีสูตรน้ำซุปที่เป็นสุดยอดเคล็ดลับของแต่ละร้าน

การ จะทำราเมงให้อร่อนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องใช้เวลาเคี่ยวน้ำซุป จากกระดูกเป็นเวลาหลายชั่วโมง หรือบางแห่งอาจนานถึง 8 ชม. เลยทีเดียว เพราะรสชายหลักของราเมงนั้นจะแตกต่างกันก็ตรงน้ำซุปนี่แหละ เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าน้ำซุปของราเมงนั้นจะอร่อย หวาน กลมกล่อมแค่ไหน และทำไมนั่งกินราเมงแล้วถึงไม่มีเครื่องปรุงเหมือนไปนั่งโซ้ยก๋วยเตี๋ยว เหมือนบ้านเรา ที่ต้องใส่พริงหนึ่งช้อน น้ำส้มสายชูสองช้อน น้ำตาลครึ่งช้อน เรียกได้ว่าถ้ากินราเมงก็ไม่ต้องปรุงเพิ่มแต่อย่างใด หากเผลอไปปรุงเข้าอาจจะโดนเจ้าของร้านค้อนให้ได้ เพราะฉะนั้นอย่างที่ได้กล่าวข้างต้นไปแล้วว่าน้ำซุปของแต่ละร้านจะมีรสชาด แตกต่างกัน มีทั้งน้ำซุปที่เคี่ยวจากกระดูกไก่ , กระดูกหมู, ปลาซาดีน หรือ (niboshi) นอกจากนั้นยังมีน้ำซุปที่ปรุปจากสาหร่ายนานาชนิด น้ำซุปจากผักต่าง ๆ เช่น หัวผักกาด ขิง กระเทียม ต้นหอม และเห็ด

เราสามารถจำแนกราเมง ได้ 4 แบบด้วยกัน คือ

shio ramen น้ำซุปที่เกลือเป็นส่วนผสม
shoyu ramen น้ำซุปที่ใช้ซอสถั่วเหลืองเป็นส่วนผสม สีออกน้ำตาล หรือใส
tonkotsu ramen น้ำซุปที่ทำจาก กระดูกหมู ซุปจะมีสีขาวเหมือนน้ำนม
miso ramen น้ำซุปที่เคี่ยวจากเต้าเจี๊ยว ซุปนั้นจะได้น้ำซุปสีออกน้ำตาลมีกลิ่นหอมของเต้าเจี๊ยว บางแห่งน้ำซุปจะใส

โดย ทั่วไปราเมงก็จะมี negi (ต้นหอม), shinachiku (หน่อไม้), nori (สาหร่าย), yakibuta (หมูแฮมหมัก), ไข่ต้ม เป็นต้น แต่ราเมงในเมนูตามร้านราเมงนั้นมักจะตั้งชื่อตามหน้าราเมง หรือตั้งตามท๊อปปิ้งที่ใส่ไว้บนราเมง เช่น

Chashumen: เป็นรางเมงที่จะมีเนื้อหมูที่ผ่านการหมักและย่างมาแล้ว มีรสชาติดีและมีกลิ่นหอม หั่นเป็นแผ่นบาง ๆ
Tanmen: ราเมงสารพัดผักไม่ว่าจะเป็น ต้นหอม หน่อไม้ สาหร่าย
Wonton ramen: ราเมงที่มีหน้าเป็นเกี๊ยวไส้ต่าง ๆ
Champonmen : ราเม็งหน้ารวม
Hiyashichuka : ราเม็งเย็น
Tonkatsu ramen : ราเม็งหน้าหมูทอด
Tongarashimiso ramen : ราเม็งต้มยำพริกญี่ปุ่น

หาก จะทำราเมงทานที่บ้าน ขอแนะนำให้ใช้ราเมงกึ่งสำเร็จรูปเพราะเป็นทางที่ง่ายที่สุดที่จะได้กินราเมง โดยในซองราเมงนั้นจะมีเครื่องปรุงน้ำซุปให้เสร็จ โดยเพียงแค่ต้มน้ำแล้วเอาซองเครื่องน้ำซุปไปต้มในน้ำเดือด หลังจากนั้นก็เอาเส้นราเมงไปต้มในน้ำซุป แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จ

เวลา กินราเมงที่ร้านราเมงที่ญี่ปุ่นนั้นก็ไม่ต้องสงวนท่าทีเพราะสามารถทำเสียง ดังเวลาซดน้ำ หรือสูบเส้นเข้าปากได้ไม่มีใครมาคอยส่งค้อนให้แน่นอนครับ เพราะถือเป็นธรรมเนียมปฎิบัติกันเลยทีเดียว ยิ่งซดน้ำเสียงดังเท่าไหร่แสดงว่าราเมงชามนี้อร่อยสุด ๆ ไปเลย แต่ถ้าทำที่เมืองไทยก็อาจจะโดนหาว่าไม่มีสมบัติผู้ D เอาได้นะ ต้องระวังด้วยนะครับ

edit @ 7 Feb 2010 23:28:28 by nOonOte

ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ต้องไปลิ้มลอง

ในจำนวนอาหารชาติเอเชียด้วยกันที่เปิดบริการอยู่ในเมืองไทย นอกจากอาหารจีนแล้ว ก็น่าจะเป็น “อาหารญี่ปุ่น” นี่เองที่ได้รับการตอบรับจากคนไทยมากที่สุด เห็นได้จากมีร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทบุฟเฟ่ต์เกิดขึ้นอย่างมากมาย บางร้านถึงกับต้องรอคิวหน้าร้านราวกับแจกฟรี ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาอาหารญี่ปุ่นราคาค่อนข้างแพง

แต่เมื่อ ประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมาร้านอาหารญี่ปุ่นเกิดขึ้นอย่างมากๆ ทำให้มีการแข่งขันหั่นราคากันแบบสุดๆ มียุคนี้เองที่บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นกินจนพุงปลิ้น ราคา 200 กว่าบาท ราคาเท่านี้คงไม่ต้องคิดถึงรสชาติที่แท้จริงของอาหารญี่ปุ่น

ฮานาย่ะ
ฮานาย่ะ หรือ ฮานาย่า (Hanaya) ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านแรกของเมืองไทย ขายมาถึง 68 ปี เป็นเมนูสไตล์เกาะคิวชูหรือทางใต้ของญี่ปุ่น รสเข้มข้นและออกหวานนิดๆ แต่ไม่มากจนเลี่ยน
เมนูเด็ดของ ฮานาย่ะมีหลายอย่าง โดยเฉพาะประเภทข้าวทั้งหลาย มีข้าวหอมมะลิผสมด้วย มีเบคอนปลาวาฬ ที่หากินยากในเมืองไทย ข้าวอัดปลาไหล หอยนางรมย่างมายองเนส และอย่าลืมของหวานทีเด็ดสุดๆ ก็คือพุดดิ้งชาเขียว ไปช้าหมดเพราะทำวันละ 15 ถ้วยเท่านั้น

ร้าน ฮานาย่ะอยู่ที่ถนนสี่พระยา ติดกับบริษัทชาร์ปซึ่งอยู่ใกล้แยกเจริญกรุงด้วย สามารถเข้าทางเจริญกรุง 39 ได้ โทร.0-2233-3080 เปิดบริการทุกวัน 11.30-14.00 น. และ 17.00-22.00 น. (หยุดทุกวันอาทิตย์ที่ 2 และ 4 ของเดือน)

 

ไทโกะ
“ไทโกะ” (Taiko) แปลว่ากลองใบใหญ่ เป็นอีกร้านหนึ่งที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องรสชาติญี่ปุ่นแท้ๆ เจ้าของเป็นคนไทยที่อัธยาศัยดี ลูกค้า 99% เป็นคนญี่ปุ่น บางคนพาครอบครัวมากินทุกวัน การจะดูว่าร้านอาหารญี่ปุ่นร้านไหนรสชาติแท้และแน่นอน ให้ดูที่ลูกค้า ถ้ามีญี่ปุ่นกว่า 90% ถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าเกือบทั้งร้านเป็นคนไทย ท่านจะไม่ได้ลิ้มลองเมนูญี่ปุ่นแท้ๆ
เมนูเด็ดของร้าน นี้ก็มีหลายอย่าง และแทบไม่ผิดหวังทุกอย่าง เพราะสั่งวัตถุดิบมาจากต่างประเทศ เช่น แปะก๊วยย่างเกลือ ปลากระเบนญี่ปุ่นย่าง ยำปลาทู ปลาดิบ และพิซซ่าญี่ปุ่น

ร้านไทโกะอยู่ชั้น ล่างอาคารซิตี้รีสอร์ท กลางๆ ซอยสุขุมวิท 49 เข้าจากสุขุมวิทอยู่ทางซ้ายมือ เปิดบริการทุกวันเวลา 17.30-01.00 น. โทร.0-2662-5062-3

โอโตยะ
“โอโตยะ” (Ootoya) แปลว่าประตูบานใหญ่ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากเน้นขาย “อาหารญี่ปุ่นโฮมเมดแท้ๆ ราคายุติธรรมและคุ้มค่าที่สุด” ในเมืองไทยเกิดจากการร่วมลงทุนของเครือเบทาโก (ประเทศไทย) โอโตยะ และซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น)
เมนูมีให้เลือก มากกว่า 200 รายการ มีทั้งอาหารชุดและรายการเดี่ยว ราคาอาหารถ้าไปมื้อกลางวันกินเบาๆ 100 กว่าบาทก็อิ่ม เช่น ข้าวหน้าหมูกิมจิ ข้าวหน้าหมูย่างถ่ายราดซอส และ หมูผัดเปรี้ยวหวานผักรวมมิตรเสิร์ฟพร้อมข้าว เป็นต้น นอกนั้นก็มี ผัดไก่เปรี้ยวหวานผักรวมมิตร, ปลาแซลมอนย่างเตาถ่าน, ปลาตาโตย่างปลาอาจิย่างถ่านแดดเดียว ปลาซาบะย่างถ่าน ปลาชิบาโฮกเกะย่างถ่าน เป็นต้น

โอ โตยะร้านแรกและดั้งเดิมอยู่ที่ชั้น 2 อาคาร เอ อเวนิว (A Avenue) หัวมุมซอยทองหล่อ 15 พอดี เปิดบริการทุกวันเวลา 10.30-22.00 น. โทร.0-2712-6827 ปัจจุบันเปิดเป็นร้านแบบซื้อกลับบ้านที่เอ็มโพเรี่ยม ส่วนที่สยามพารากอนมีทั้งซื้อกลับบ้านและนั่งรับประทานในร้าน

อะคิโยชิ
“อะคิโยชิ” (Akiyoshi)
ร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทชาบูชาบู และสุกี้ญี่ปุ่น เป็นสุดยอดร้านหนึ่งในเมืองไทย ราคาไม่แพงและคุณภาพเกินราคา วัตถุดิบเยี่ยม น้ำจิ้มรสเด็ด
เมนูอร่อยก็ คือ ชาบูชาบู (Shabu Shabu) และสุกี้ญี่ปุ่น (Suki Yaki) ที่คิดราคาเป็นหัว หัวละ 300 กว่าบาท แต่คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เพราะมีให้เลือกทั้งเนื้อ หมูและไก่ โดยเฉพาะคนที่ชอบเนื้อมีให้เลือกหลายประเภท แล่ชิ้นบางเฉียบจุ่มลงไปในน้ำซุปแล้วเรียกขึ้น เนื้อจะหวานนุ่มเนียน จิ้มน้ำจิ้มรสเข้มข้น

ร้าน อะคิโยชิอยู่ที่ชั้น 2 อาคารไทยสินสแควร์ (Thaisin Square) ระหว่างซอยสุขุมวิท 67-69 หรือเลยโรงพยาบาลสุขุมวิทไปประมาณ 1 ป้ายรถเมล์ ถ้าไปบีทีเอสก็ลงสถานีพระโขนง ลงฝั่งสุขุมวิทขาออก เดินย้อนกลับมาทางเอกมัยประมาณ 100 เมตร เปิดบริการจันทร์-ศุกร์ 11.30-14.00 น. และ 17.30-22.00 น. เสาร์-อาทิตย์-วันหยุด เปิด 11.00-22.00 น.โทร.0-2714-0791

ฟูจิอิจิบัง ราเมน

posted on 29 Sep 2008 00:11 by nobitalk

หวัดดีครับผม มาต่อกันเลยดีกว่า เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา (จริงๆคือง่วงแล้วนั่นเอง) อาทิตย์ที่ผ่านมานั้นได้ไปเมเจอร์ อเวนิว ที่รัชโยธินมา แต่คราวที่แล้วเราไปลองกิน ร้านบาซารากะ ราเมน มา lol ร้านชาชูในตำนาน

 วันนี้ไปสำรวจมาอีกรอบยังเหลือร้านราเมนอีกร้านนึงครับ ชื่อร้าน ฟูจิอิจิบัง ราเมน รึว่าร้านนินจาเต่า เอ้ย! ไม่ใช่ครับ พอดีเห็นโลโก้ในร้านเป็นเต่าคุง 2 ตัวใหญ่ๆ -*-

   

 หน้าร้านครับ แปลกนะครับร้านนี้ เด็กๆเยอะ สงสัยเพราะนินจาเต่าแน่ๆเลย

 เข้ามาชมบรรยากาศในร้านกันก่อนครับ

    <<<<< นั่นไงครับเห็นมั้ย เต่าคุง 2 ตัว

ห้องครัวมั้งครับเนี่ย

 

 

 

 

 

 

 

 

เปิดเมนูดูก่อนดีกว่า มีไรกินมั่งว๊า

  

 

 

 ราคาพอๆกะฮะจิบังครับ ^^ ฮิฮิ  เมนูก็มีเหมือนๆกับร้านอื่นๆนะครับ วันที่ไปทางร้านมีเมนูแนะนำเป็นทงโค๊ะซึที่ทำมาจากกระดูกหมูต้มนานกว่า 2 วัน lol แต่ไม่ได้ลองครับ กลัวเลี่ยน วันนี้อยากกินอะไรเผ็ดๆหน่อย

วันนี้ผมเลยสั่งนี่เลย สไป๊ซี่ มิโซะราเมน หน้าตาดูจัดจ้านดี 

เป็นไงบ้างครับ หน้าตา หุหุ จริงๆจะไม่มีไข่ต้มนะครับ อันนี้ผมสั่งเพิ่มมา ^^ 

..... ทานแล้วนะค๊าบบบ  อ้ำ!! อืมมม อืมมม เหอๆ >.< ทำไมเป็นงี๊เนี่ย

รดชาดมันออกเค็มๆ ไม่เผ็ดเลยสักนิด กลิ่นมิโซะค่อนข้างแรงใช้ได้เลย อ๊างงง ไม่ชอบเลย ไม่อร่อยอย่างแรง

แต่ด้วยความหิวบอกเสียดาย แฮ่ะๆ   จึงเป็นเช่นนี้ครับ

 

 มาต่อกันอีกเมนูนะครับ ชามนี้ชื่อว่า ว่า ว่า... โชยุ ชาชู ราเมน ครับผม lol

อร่อยครับ ชามนี้ น้ำซุปกลมกล่มดีครับ แต่หมูชาชูไม่นุ่นเท่าไหร่ แต่โดยรวมใช้ได้ครับ 

 

คราวนี้ไม่ได้สั่งเกี๊ยวซ่ามาเพราะว่าดูหน้าตาแล้ว...น่าจะแข็งๆอ่ะครับ เลยงดไว้หนึ่งวันละกัน

ในเมนูเค้ามีบรรยายถึงต้นตระกูลของร้านด้วย เลยถ่ายมาให้อ่านกัน

เสร็จสิ้นภาระกิจของผมในวันนี้แล้ว ประเมินความเสียหายเลยแล้วกัน lol

วันนี้ถูกครับ 215 บาทเอง

 ทำบุญวันเกิด ปีนี้ ทำไรดี

edit @ 29 Sep 2008 00:49:06 by nOonOte

edit @ 14 Sep 2009 14:23:32 by nOonOte

สวัสดีครับ ^^ หลังจากที่อาทิตย์ที่แล้วไปกินราเมนที่เมเจอร์อเวนิว ตรงรัชโยธินมาแล้วกับ

ร้านบาซารากะ ราเมน เสาร์นี้ผมมีแผนจะไปค้นหาร้านราเมนชื่อ บังคารา ราเมน พอดีได้ไปเห็นในหนังสือสักเล่มอ่ะผมจำไม่ได้ว่าเล่มไหน เห็นแค่เค้าบอกว่าเป็นร้านราเมนต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ อยู่สุขุมวิท 39 เลยลองไปค้นหาดู แผนที่ก็ไม่มี กำเลย แต่ด้วยใจรัก และเห็นแก่กิน ยังไงผมต้องค้นหาให้พบ ฮ่าๆ เว่อร์จริงๆ 

พอขับเข้าไปในซอย สุขุมวิท 39 แล้วก็มองซ้ายมองขวา...เ็ฮ้ย อยู่ไหนวะ หาไม่เจอครับพี่น้อง

จนเกือบทะลุออกเพรชบุรีแระ ไม่ได้การณ์ ถามพี่วินดีกว่า พี่วินครับ ร้านบังคาร่า อยู่ตรงไหนครับพี่ พี่แกตอบตามประสาคนท้องที่ อ๋อตรงนุ้นๆ เลยแยกไปนิดนึงเจอป้อมยามเล็กๆเลี้ยซ้ายก็ถึงแล้ว ตรงแมนเนอร์อ่ะแมนเนอร์(แล้วไอ้แมนเนอร์คือไรวะ กูไม่รู้จัก แถวนี้เคยเข้ามาที่ไหนกัน -*-) แต่ก็แกล้งเนียนตอบไป อ๋อครับๆ ขอบคุณครับพี่  >.< เลยย้อนกลับไปนิดนึงก็เจอครับ อ๋อออออ นี่ไงแมนเนอร์ มันเป็นเหมือนอเวนิว หรือ villa เล็กๆอ่ะครับ มีร้านอาหารญี่ปุ่นสองสามร้าน ร้านนุ่นร้านนี่จิปาถะ ที่จอดรถมีจำกัดนะครับแต่จอดฟรี มองไปเห็น อ๊ะ!! นี่ไง Bankara Ramen เย้ๆ มาถึงจนได้ โอ้วโห ร้านนี้คนตรึมเลยครับ ต้องยืนรอหน้าร้านจองคิวกันเลยทีเดียว มันต้องอร่อยมากแน่ๆเลย lol นั่งรอไป 30 นาทีก็ถึงคิวผมแล้ว ลุย ลุย ลุย!

ไม่มีไรทำ ถ่ายป้ายหน้าร้านก่อนละกัน ฮ่าๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตามด้วยรูปหน้าร้านครับ  มีพี่คนนี้ยืนรอด้วยความหิวเหมือนกันแฮ่ะๆ

 

 

 ต่อๆ ได้เข้ามาในร้านแย้ว 

  

คลิปแอบถ่ายพนักงานสาว lol

เข้ามาในร้าน

คนเยอะมากๆครับ แต่ภายในร้านพื้นที่ไม่มากนัก สงสัยแถวนี้ที่จะแพงน่าดูล่ะ ดูแต่ละโต๊ะแล้วเอร็ดอร่อยกับราเมนที่นี่มากๆ สั่งกันเต็มโต๊ะไปหมดเลย ส่วนใหญ่ลูกค้าที่นี่จะเป็นชาวญี่ปุ่นนะครับ อืมมเค้าว่าร้านต้นตำหรับนี่น่า

เอาล่ะกินไรดีเนี่ย ดูเมนูกันก่อนดีกว่าครับ

    

อื้มม เมนูสวยครับ lol ฮ่าๆ โอ้ว มีแต่ถาษาญี่ปุ่งกะภาษาอังกฤษแฮ๊ะ! กินไรดีเนี่ย เลือกไม่ถูก ลองดูเมนทั้งหมดก่อนดีกว่า

     

 รู้สึกส่าพวกราเมนของที่นี่จะเริ่มต้นด้วย 160 บาทนะครับ >.< สุดยอดดดดดด แพงจิงๆวุ้ย คิดในใจต้นตำหรับๆ เอาน่าลองดูต้องอร่อยสุดๆแน่เลย

เปิดเมนูต่อครับ

     

 

หน้าตาน่ากินไปหมดเลยแฮ่ะ เลือกไม่ถูกซะแล้วสิ 

 เอาวะ เอาที่รู้จักดีกว่าคราวนี้  พ่ครับ ผมเอาทงโค๊ะสึ อันนี้อ่ะครับพี่ ชี้ๆนิ้วไป แล้วก็อันนี้อีกที่นึงครับพี่

คาคูนิ ทงโค๊ะซึ  ซุปกระดูกหมู กับชาชู แล้วก็มีหมูสามชั้น รสชาดเหมือนหมูพะโล้มาหนึ่งชิ้น ลองชิมน้ำแล้วอื้อหือ ทำไมมันจืดเป็นตดเจ็กงี๊วะเนี่ย -*-สงสัยต้นตำหรับจริงๆมั้ง ก็ทนๆกินไปจนหมดด้วยความเสียดายตัง

 แต่ที่นี่ของเค้าชามใหญ่มากๆครับ...

 

 

 อะไรครับเนี่ย ดูสิครับ

 


 

 

 

ดูสีน้ำซุปสิครับ ข้นมากๆ ที่นี่เค้าทำเส้นเองด้วยครับ มีเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่เส้นมันเล็กเกินไป ผมไม่ค่อยชอบอ่ะครับ

ส่วนอีกชามนึงเหมือนกันครับเลยไม่ได้ถ่ายรูปมามันแต่ตื่นเต้นกับราคาอยู่ ฮ่าๆ

อีกชามชื่อ Sankoichi ซันโคอิชิ ทงโค๊ะซึ เป็นทงโคีะซึเหมือนกันแต่ไม่มีชาชู จะมีสามชั้นสองชิ้นครับ แต่น้ำซุปอร่อยกว่าอีกแน่ะน้ำซุปของ บังคาร่า ราเมน เค้าเข้มข้นมากๆครับ กินไปไม่กี่คำ เลี่ยนเลย

คราวนี้มาลองเกี๊ยวซ่าบ้างครับ  

 


 

 เย้ย! 5 ชิ้นเองหยอออ หน้าตาแห้งๆไงไม่รู้ครับ อืมมม รสชาดไมผ่านครับ ไม่โดนใจผมเลย >.<

 สรุป... นั่งรอไปครึ่งชั่วโมง แต่ไม่ประทับใจในรสชาดอาหารครับ บางที่อาจจะเป็นเพราะผมสั่งไม่ถูกเองก็ได้ครับ เพราะเห็นเด็กญี่ปุ่นโต๊ะข้างๆ กินกันเหมือนอร่อยมากๆครับ ซูบกันดังซ๊วบๆๆ ฮ่าๆ แอบหันไปมองหลายรอบ lol

 


 

 คราวนี้เรียกชำระค่าเสียหายครับ 3 อย่างเหมือนเคย  530.00 ครับพี่น้อง

 


 

 

 เหอๆ เดินตัวเบาออกจากร้าน....

ผมแนบแผนที่มาให้ เผื่อมีคนสนใจอยากไปลองบ้าง หุหุ ถ้าไปลองได้เรื่องยังไง ส่งข่าวด้วยนะครับ

 


 

 อ้อลืมไป เค้าจะมีเมนูแนะนำติดอยู่หน้าร้านด้วยนะครับตามภาพนี้เลยที่ผมไป เห็นราคาแทบอยากกลับไปกินชายสี่ 555

 


 

 ง่วงแล้วครับตอนนี้ ไปนอนดีกว่า เดี๋ยวคราวหน้ามีเมนเด็ดๆ มานำเสนออีกครับ บายๆ

 

edit @ 30 Sep 2008 21:20:17 by nOonOte

บาซารากะ ราเมน

posted on 17 Sep 2008 09:59 by nobitalk

เย้ๆ เมื่อวันเสาร์ีที่ผ่านมาได้ไปลองเดินเล่นที่ เมเจอร์อเวนิวครับ ไปเห็นร้านราเมนร้านนึงน่าสนใจมากครับ ด้วยความที่หิว และเป็นเด็กเส้นอยู่แล้ว จึ่งเข้าไปในร้านทันทีโดยไม่ลังเล (จริงๆลังเลอยู่ 48 วินาทีครับ เพราะมีอีกร้านนึงอยู่ใกล้ๆกัน ^^ ) อิอิ 

แต่เดี๋ยวก่อนครับ เพิ่งนึกว่าได้ว่าครั้งที่แล้วตั้งคำถามทิ้งไว้ว่าเจ้ากลมๆ รูปนั้นคืออะไร ผมให้รูปนี้เป็นคำตอบเลยละกันครับ ^^/

 มันคือ เจ้าทาโกะๆๆๆๆ ยังไงล่ะครับ ฮ่าๆ บางคนนึกว่าปะการังใช่ม่า

 

ที่นี้เรามาดูร้านราเมนกันต่อดีกว่าครับ ร้านนี้ชื่อว่า้ ร้านบาซารากะ ราเมน ครับ

 


 

 ดูเมนูกันก่อนเลยละกัน หิวจะแย่แล้ว...

เมนูมีไม่เยอะมากครับ เปิดไปเปิดหมาหลายรอบ กินไรดีว๊าๆ พยายามจะลองกินอะไรที่ตัวเองไม่เคยกิน เอาอันนี้ล่ะวะ หน้าตาดูดี 

เมนูนี้ชื่อว่า กิโกกุ ราเมน ครับ

 


 

หน้าตาเป็นแบบนี้ครับ มีหมูชาชู ต้องขอบอกว่าที่นี่หมูเค้านุ่นมากกกกกกกก ๆๆๆๆ   จริงๆนะครับ ^^ และผมก็สั่งไข่ต้มมาเพิ่มด้วยส่วนไข่ต้มนี่สุดยอดเลยครับ ทั้งนุ่นทั้งรสชาดอร่อยมากๆ อันนี้ต้องขอบอกให้ลองครับ

ใครใคร่อยากจะสั่งชาชูเพิ่มก็ได้ครับ นี่เลย

 


 

ชามที่สองนี้ชื่อว่า บาซารากะ มิโซะ ราเมน

รดชาดอร่อยอีกเช่นกัน หมูในนี้เป็นเหมือนเบค่อนอ่ะครับ นุ่นๆ แต่แพ้ชาชูครับ ....

 

 

เบค่อนนุ่นๆค๊าบ


 

  อีกอย่างครับที่ขาดไม่ได้ครับ เกี๊ยวซ่าๆๆๆๆ มาแปดชิ้น หน้าตาก็อย่างที่เห็นอ่ะครับ อืมมม รดชาดไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ สู้ฮะจิบังร้านโปรดผมยังไม่ได้ 

 

เกี๊ยว

 

 บรรยกาศภายในร้าน คนเพียบ!! อ๊ะ lol

 

พออิ่มแล้วก็เรียกเก็บค่าเสียหายครับ ราคาก็ถือว่าปานกลางค่อนไปทางสูงนิดๆ เมื่อเทียบกับฮะจิบังขวัญใจประชาชน อิอิ    319.00 บาทถ้วนครับผม

 


 

 หลังจากกินเสร็จแล้วเดินออกมาหน้าร้าน คิดได้ว่าน่าจะถ่ายหน้าร้านไว้ดูเป็นที่ระลึกสักหน่อย

นี่ครับหน้าร้าน สไตล์ญี่ปุ่นจริงๆ 

 

 

สรุปวันนี้ก็สบายท้องด้วยความอร่อยตามฉบับเด็กเส้นไปอีกวันครับ เดี๋ยวอาทิตหน้าได้ไปชิมที่ไหน มีโอกาสจะถ่ายรูปมาให้ชมกันอีกนะครับ

edit @ 28 Sep 2008 00:49:30 by nOonOte

edit @ 28 Sep 2008 02:34:19 by nOonOte

edit @ 30 Sep 2008 21:12:02 by nOonOte